หลังถูกเก็งกำไรค่าเงินอย่างหนัก เวียดนามตัดสินใจลดค่าเงินด่องลง 2 %โดยคาดหวังจะลดปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
อย่างไรก็ตาม ปัญหาท้าทายของการพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 15.7 ในปี 2551 ในขณะที่ปี 2548, 2549 และ 2550 อัตราเงินเฟ้อมีอัตราแค่ร้อยละ 8.3 ,8.7 และ 12 ตามลำดับล่าสุดเดือนพฤษภาคม ปี 2551 อัตราเงินเฟ้อขึ้นไปสูงถึง 25.2% เป็นผลจากภาวะฟองสบู่ผสมกับน้ำมันแพง ส่งผลให้เหยื่อของบรรดานักเก็งกำไรค่าเงินอย่างเชี่ยวชาญ และหิวกระหาย
การออกมาตรการเพื่อดูดซับสภาพคล่องในตลาดเงิน ไม่เพียงพอในการใช้เป็นเครื่องมือควบคุมเงินเฟ ้อและเป็นปัจจัยที่เป็นข้อจำกัดในการส่งเสริมการส่งออก
เชื่อว่าธนาคารชาติเวียดนามต้องปล่อยค่าเงินให้เป็นไปตามทิศทางตลาดมากข้น และไม่ขนเงินสำรองไปปกป้องค่าเงินเหมือนไทยเมื่อปี 2540 แต่สถานการณ์ต่างกันตรงที่หนี้ระยะสั้นต่างประ เทศเวียดนามอยู่ในระดับต่ำและประเทศในเอเชียก็มีการปรับตัวไปมากแล้วนอกจากนั้นขนาดเศรษฐของเวียดนามยังไม่ใหญ่โตมากนักเมื่อเทียบกับไทยเมื่อปี 40
สรุปได้ว่าปัญหาของเศรษฐกิจเวียดนามไม่นำมาสู่วิกฤติอะไรในเอเชีย แต่อาจสร้างแรงกดดันต่อเงินหยวนได้ และนั่นอาจนำมาสู่จุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจเอเชียได้