หน้าแรกของ Shvoong > สังคมศาสตร์ > รัฐประหาร 2475 กับปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ 2547

.

รัฐประหาร 2475 กับปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ 2547

Summary rating: 4 stars 14 บทวิจารณ์
ผู้แต่ง : (:)เสกสรรค์
Summary by : Anonymous
จำนวนการเข้าชม : 1268  คำ: 900   ตีพิมพ์เมื่อ: กันยายน 13, 2550
 

รัฐประหาร 2475 กับปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ 2547
“ บทเรียนทางประวัติศาสตร์ไทยที่ควรจดจำ ”
บทนำ
            ปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองนับตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหาร 2475 จนถึงเหตุการณ์ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ 2547 นับว่าทั้ง 2 เหตุการณ์  เป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวของคนทั้งชาติและถือเ ป็นบทเรียนอันทรงคุณค่าและน่าจดจำสำหรับคนไทยและรัฐบาลหากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ไทยในสมัย 2475 อันเป็นที่มาของการปฏิรูปทางการเมืองการปกครองของไทย จากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นประชาธิปไตย โดย “คณะราษฎร” การทำรัฐประหารครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการระบอบประชาธิปไตย  ขณะเดียวกันปัญหาใน 3 จังหวัดภาคใต้ 2547 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากการก่อความไม่สงบของกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ  และเป็นกลุ่มบุคคลที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย อันจะเห็นได้จากการไม่ปฏิบัติตนตามกฎหมายและการทำร้ายผู้บริสุทธิ์  ด้วยอุดมการณ์ที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่อดีต  นักวิชาการกล่าวว่า  เป็นอุดมการณ์ในการพยายามแบ่งแยกอำนาจการปกครองเพื่อตั้งตนเป็นรัฐอิสระ เรียกว่า “รัฐปัตตานี” ซึ่งทั้ง 2 เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด ผลกระทบที่มีต่อประเทศไทยอย่างไร  จะได้กล่าวต่อไป
การกำเนิดการทำรัฐประหาร 2475
            เหตุการณ์ 24 มิถุนายน 2475 เป็นประวัติศาสตร์ไทยครั้งสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครอง จากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบบประชาธิปไตย โดยคณะราษฎร ซึ่งมีผู้นำในการทำรัฐประหารครั้งนี้ได้แก่ พระยาพหลพลพยุหเสนา พระยาทรงสุรเดช พระยาฤทธิอัคเนย์ พระประศาสตร์พิทยายุทธ หลวงประดิษฐ์มนูญธรรม จอมพล ป.พิบูล สงคราม นายประยูร ภมรมนตรี นายตั๋ว ลพานุกรม เป็นต้น หากวิเคราะห์สาเหตุของการทำรัฐประหารก็ทำให้ทราบว่า สภาพของการเมืองไทยในขณะนั้นถูกบีบรัดด้วยสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก กล่าวคือ สภาพแวดล้อมภายนอก เป็นการล่าอาณานิคมของประเทศมหาอำนาจ และการแทรกซึมของวัฒนธรรมทางการเมืองของชาติตะวันตก ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมกระตุ้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันปัญหาภายในเกิดจากความไม่มั่นคงของการเมือง การปกครองที่ล้าสมัย เพราะอำนาจส่วนใหญ่อยู่ที่พระมหากษัตริย์ เหตุผล 2 ประการนี้ จึงเกิดการรวมกลุ่มของคนหนุ่มที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ นครินคร์ เมฆไตรรัตน์ (2549 : 32) ซึ่งเริ่มการประชุมที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2469 กับกลุ่มผู้นำอาวุโส ซึ่งเริ่มติดต่อกันที่ประเทศไทย (ราวปี พ.ศ.2470) และทั้ง 2 กลุ่มได้มาพบกันจากการติดต่อประสานงานของนายประยู ภมรมนตรีและนายตั๋ว ลพานุกรม โดยคำรับประกันของนายแนบ พหลโยธิน เป็นต้น หลังจากการทำรัฐประหารในครั้งนี้นับว่าเป็นปูพื้นฐานของประชาธิปไตยให้กับประเทศ ด้วยอุดมการณ์อันเดียวกันคือ การเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครอง จาก สมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย
การกำเนิดปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ 2547
            นับแต่ พ.ศ.2547 เป็นต้นมา สถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็เริ่มที่ทวีปัญหาและนำมาสู่ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของปัญหาคือ การปล้นปืนคลังแสง การปราบปรามผู้ก่อการร้ายที่มัสยิดกรือเซะ เหตุการณ์ที่ตากใบ ซึ่งแล้วแต่เป็นเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวของคนไทยและโดยเฉพาะคนที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ หากย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ 3 จังหวัดภาคใต้ ก็จะพบว่าคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างจากศาสนาอื่น ในข้อที่ว่าศีลและข้อบังคับสำหรับผู้ที่นับถือศาสนานั้นเสมอกันหมด และมีการกำหนดบทลงโทษผู้ละเมิดอย่างเคร่งครัด
            นอกจากในมิติทางศาสนาแล้ว มิติทางภาษาและประวัติศาสตร์ของชาวมุสลิม  ก็มีความแตกต่างกันกับชาวพุทธโดยสิ้นเชิง   จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมจึงเกิดความขัดแข้งทางการเมือง สังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ภาครัฐพยายามจะสร้างเอกภาพของรัฐให้เป็นหนึ่งเดียว  จึงนำไปสู่ปัญหาเนื่องจาก 3 จังหวัดภาคใต้ อันประกอบด้วย ยะลา นราธิวาส และปัตตานีที่ถูกหล่อหลอมโดยเอกลักษณ์เฉพาะทางด้านศาสนาและวัฒนธรรมถูกกดทับไว้  กิตติ รัตนฉายา (2536 : 30) หากจะให้มีการจัดลำดับของปัญหาที่เกิดขึ้นภายใน  3 จังหวัดภาคใต้  จะเห็นว่าเหตุการณ์ที่สำคัญและรุนแรงนั้นเริ่มมาแล้วตั้งแต่ 2518  จากกรณีสังหาร 5 ศพ ที่สะพานลอยและนำไปสู่การประท้วงของประชาชน จึงนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงเริ่มทวีคูณขึ้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน กิตติ รัตนฉายา (2548 : 42)  เหตุการณ์ใน 3 จังหวัดภาคใต้ เป็นปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนที่ทางรัฐบาลควร ให้ความสนใจในการศึกษาและทำการแก้ไขปัญหาเป็นกรณีพิเศษและทำการปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการร้ายอย่างจริงจัง ไม่แค่ใช้เพียงแนวคิด หลักการสมานฉันท์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะจากเหตุการณ์ที่ถูกรอบสังหารของเจ้าหน้าที่รัฐ พระสงฆ์และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่ปรากฏให้เห็นอยู่ทุกวันนี้ คงจะทำให้รัฐบาลทราบบ้างแล้วว่าสามานฉันท์คงใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะกลุ่มโจรไม่เคยมีนโยบายสมานฉันท์กับรัฐบาล  หากมีการเจรจากันระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มผู้ก่อก ารร้ายดังที่ท่านายกรัฐมนตรีกล่าวไว้ในรายการต่างๆก็ใช่ว่าปัญหานั้นจะมีหลักประกันว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เหล่านั้นอีกดังคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีสัจจะในหมู่โจร” ผู้เขียนใคร่ขอเสนอแนะวิธีในการแก้ไขปัญหาที่น่าจะเป็นประโยชน์ในครั้งนี้ไม่มากก็น้อย คือ 1.เร่งปฏิรูประบบการศึกษาด้วยการเปลี่ยนโครงสร ้างหลักสูตรให้มีการสอนหลักศาสนาทั้งพุทธและอิสลามพร้อมกับศาสนาอื่นเข้าด้วยกัน2.ควรมีมาตรการที่เข้มแข็งภายในจังหวัด กล่าวคือ เมื่อเหตุการณ์อันน่าเชื่อว่าจะนำมาสู่ความไม่ สงบเกิดขึ้นก็ให้ผู้ว่าราชการหรือผู้เกี่ยวข้องสามารถใช้อำนาจนั้นได้เลยโดยไม่ต้องรอคำสั่ง3. มุ่งนโยบายในปราบปรามมากกว่าการสมานฉันท์เพราะยิ่งสมานฉันท์ก็นำมาสู่ความสูญเสียมากขึ้น ดังนั้นรัฐบาลควรต้องเลือกระหว่างการปราบปรามค นบางกลุ่มให้สูญสิ้นกับการปล่อยให้คนกลุ่มนี้ทำร้ายคนบริสุทธิ์อย่างไม่มีที่สิ้นสุดผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องให้การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ อย่างจริงจังมากว่าที่จะไปสนใจม็อบทางการเมืองซึ่งไร้สาระ
วิพากษ์เหตุการณ์ 2475  กับเหตุการณ์ 2547
            จากเหตุการณ์ทั้ง2 นี้ท่านจะเห็นว่าตัวเลขของ พ.ศ.ทั้ง 2 เหตุการณ์ เป็นตัวเลขตัวเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่การสลับที่ของเลข 5 เท่านั้นเอง ดังที่ท่านได้ทราบมาแล้วมาว่าเหตุการณ์ 2475 เป็นเหตุการณ์เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเม ืองการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย และสร้างความเป็นเอกภาพทางการเมือง การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังการทำรัฐประหารครั้งนั้น  นำไปสู่การพัฒนาทางการเมืองไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันเหตุการณ์ใน 3 จังหวัดภาคใต้ 2547 เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความแตกแยกทางการเมือง สังคม และวัฒนธรรม สำคัญที่สุดคือ การทำลายระบบประชาธิปไตย อันเป็นปัญหานำไปสู่การขาดเอกภาพทางการปกครองของรัฐ ซึ่งนักวิชาการหลายท่านเรียกเหตุการณ์ความไม่สงบนี้ว่าเป็น การพยายามแบ่งแยกอำนาจทางการปกครองหรือที่เรียกว่า รัฐอิสระ หรือ รัฐปัตตานี และนับวันจะทำให้ทิศทางของการเมืองเลวร้ายลง
เอกสารอ้างอิง
 
กิตติ  รัตนฉายา. ดับไฟใต้. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหวิทยาลัย, 2536.
-----------------   .ดับไฟใต้กับรัฐไทย.กรุงเทพฯ : ฐานการพิมพ์, 2548.
นครินทร์  เมฆไตรรัตน์. กรณี ร.7 ทรงสละราชสมบัติการตีความเป็นการสานต่อ 
              ความหมายทางการเมือง. กรุงเทพฯ : คบไฟ, 2549.
 

บทสรุปเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รัฐประหาร 2475 กับปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ 2547
กรุณาให้คะแนนบทคัดย่อนี้ : 1 2 3 4 5


เพิ่มความคิดเห็นของคุณ ไม่มีข้อคิดเห็น

Read Free Summaries - Write and Get Paid

Summarize Human Knowledge on Shvoong. Join us!

------