ความเร็วของทุน ความล่าช้าขององค์กรท้องถิ่น และวังวนของชุมชน
ความเร็วของทุน
ช่วงระยะเวลา 7-8 ปีของพื้นที่บริเวณตำบลบ้านบัวเข้าไปสู่วงโครจรธุรกิจค้าที่ดิน และการเปลี่ยนแปลงระบบการทำเกษตรกรรม ความรุ่งเรื่องและร่วงโรยของการทำการเกษตร การทำนาปลูกข้าวถือว่าเป็นวิถีการดำเนินชีวิตหลักๆของชุมชน วิถีที่ได้รับการถ่ายทอดและเกิดจากการเรียนรู้จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนรุ่นหนึ่ง พอแสดงให้เห็นถึงมิติความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นภายในท้องถิ่น ผ่านจังหวะการเคลื่อนไหวปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จังหวะการเคลื่อนไหวแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อำนาจที่แตกต่างระหว่างกันของรัฐ ทุน และท้องถิ่น อำนาจของทุนที่ถาโถมและมากับความพรั่งพร้อมของแหล่งทุนและความพออกพอใจของผู้ซื้อ โดยขาดความรู้และข้อมูลพื้นฐานต่างๆได้เข้ามากว้านซื้อที่ดิน ที่นา ที่รกร้างว่างเปล่า แปรเปลี่ยนที่ดิน ที่นาเหล่านั้นให้เป็นพื้นที่ว่างเปล่าที่ถูกทับถมด้วยดินหลายร้อยรถ ถมยิ่งสูงยิ่งดี ที่นาบางแห่งถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ผลของการเข้ามาของทุน ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับท้องถิ่นอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปพื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เป็นท้องทุ่งนาที่ทำกินได้อีกหลายชั่วอายุคนถู กเปลี่ยนให้เป็นทุกอย่างที่เจ้าของคนใหม่ต้อง การ
ความล่าช้าขององค์กรท้องถิ่น
ในช่วงระยะแรกของการกว้านซื้อที่ดิน หน่วยงาน/องค์กรท้องถิ่นต่างเพิกเฉยต่อประเด็น เหล่านั้นหนำซ้ำยังมีทีท่าสนับสนุนและตอบสนองทำให้เกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วแต่ภายใต้ท่าทีเช่นนั้นหน่วยงานองค์กรท้องถิ่น กลับไม่ให้ความสำคัญหรือจัดการกับปัญหาที่อาจนำผลกระทบระยะยาวมาสู่ชุมชนและท้องถิ่นแต่กลับเพิกเฉยกับประเด็นความขัดแย้งต่างๆที่เกิดขึ้น และยังมองว่านั้นไม่ใช่ปัญหา และไม่รับรู้ว่าปัญหาได้เกิดขึ้นแล้ว เช่น การแย่งน้ำในการทำการเกษตร ปัญหาน้ำท่วมเรื้อรัง ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดจากการมีนายทุนมาซื้อที่ดินแล้วปรับที่ถมดิน หน่วยงานองค์กรท้องถิ่นไม่ได้ให้ความสนใจในการ จัดการระบบการใช้ประโยชน์จากที่ดินตั้งแต่เริ่มแรกเป็นความขัดแย้งเล็กที่เริ่มก่อตัวมากขึ้นทุกขณะ ปัจจุบันองค์กรท้องถิ่นจึงดำเนินงานภายใต้การจ ัดระบบและควบคุมในพื้นที่ด้วยการเปลี่ยนสภาพแ วดล้อมธรรมชาติท้องถิ่นให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาแปลงสภาพพื้นที่ สภาพบริบทของตำบลบ้านบัวที่มีวิถีการดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายให้กลายเป็นชุมชนแห่งการพัฒนาสิ่งที่เห็นอย่างชัดเจนถึงแนวทางแห่งการพัฒนาข ององค์กรท้องถิ่นที่มุ่งไปสู่การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานมากกว่าการการเปลี่ยนแปลงต่อสิ่งแวดล้อมและผลที่จะเกิดขึ้นต่อท้องถิ่นในอนาคต
วังวนของชุมชน
ในสถานการณ์ปัจจุบันที่การทำนาจำเป็น ต้องใช้ต้นทุนการผลิตที่สูงมากขึ้นและราคาตกต ่ำต่างเป็นปัจจัยที่นำพาให้เกษตรกรมีแนวโน้มก ารสูญเสียที่ดินที่ทำกินภายใต้ภาวะหนี้สินท่วมหัวและการไร้ความสามารถในการชำระหนี้ดังนั้นการขายที่ดินทำกินจึงเป็นทางออกสุดท้าย ที่เข้ามาปะทะกับทุนมหาศาสลที่พรั่งพร้อมสำหรับเกษตรกรที่ต้องการขายที่ดินการทำมาหากินในปัจจุบันถูกตรกรอบจำกัด เนื่องจากที่นาถูกขายให้นายทุน นายทุนเปลี่ยนสภาพที่นาเป็นพื้นที่ให้เช่าและขายต่อ หรือนำไปแปรสภาพเป็นพื้นที่ปลูกอ้อย ยางพารา ยูคาลิปตัส การเกษตรเปลี่ยนไป จากเป็นเจ้าของที่ดิน กลายเป็นลูกจ้างในสวนยาง รับจ้างปลูกอ้อย รับจ้างปลูกยูคาลิปตัส
ความสามารถในการเคลื่อนไหวของทุน องค์กรท้องถิ่น และชุมชน สะท้อนให้เห็นมิติความสัมพันธ์ในเชิงอำนาจ ที่ปรากฏขึ้นในท้องถิ่นในระดับหนึ่ง ทุนที่สามารถเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วทั้งการเข้ามาฉกฉวยโอกาสเช่าซื้อที่นา ที่ดิน เพื่อนำไปแปรสภาพ รัฐแสดงให้เห็นถึงอำนาจในการพยายามปกปิดซ่อนเร ้นร่องรอยแห่งการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพสิ่งแวดล ้อมในชุมชนและมิได้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นส่วนเกษตรกรเมื่อก้าวเข้าสู่วังวนแห่งการทำนาเ พื่อการค้าปัจจุบันต้องเผชิญกับปัญหาภาวะหนี้สินที่ดิ้นไม่หลุดไม่ว่าจะเป็นหนี้สินนอกระบบ หรือแม้แต่องค์กรทางการเงินของรัฐก็ตาม เหล่านี้เป็นความสัมพันธ์ที่ต่างต้องพึ่งพากันอย่างเข้มข้น และจำเป้นต้องเผชิญกับสภาพการเปลี่ยนแปลงเนื่อ งจากการพัฒนาของรัฐต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดหากองค์กรท้องถิ่นองค์กรที่ใกล้ตัวชุมชนมากที่สุดยังคงมีทีท่าเพิกเฉยเช่นนี้ อนาคตท้องถิ่น จะเดินไปในทิศทางไดใครจะรับผิดชอบ